5 สาเหตุที่ทำให้ยางรถยนต์ สึกหรอเร็วกว่าปกติ! (มือใหม่ หรือมือเก๋า ต้องรู้!!) 😳

ปฏิเสธไม่ได้ว่ายางรถยนต์เป็นของที่มีการสึกหรอไปตามอายุการใช้งาน แต่ถ้าคุณ.. ใช้รถยนต์อย่างผิดวิธีอยู่เป็นประจำ!! การสึกหรอของยางรถยนต์ก็จะเกิดขึ้นเร็วกว่าปกติ และผลเสียต่าง ๆ ก็จะตามมาอย่างที่คุณคาดไม่ถึง!! ดังนั้นเรามาใช้รถ และดูแลรักษารถยนต์อย่างถูกต้องกันดีกว่า จะได้ติดเป็นนิสัยที่ดีในการใช้รถยนต์ไปตลอด!

วันนี้ DTS Auto Group มาบอก และแนะนำสาเหตุที่ทำให้ยางรถยนต์ สึกหรอเร็วกว่าปกติ!

1. ลมยางรถยนต์ไม่เหมาะสม! 😖

จำได้ไหมว่าเช็คลมยางรถยนต์ล่าสุดตอนไหน… ?? คุณเชื่อหรือไม่ว่าสาเหตุหลักที่ทำให้ยางรถยนต์สึกหรอเร็วกว่าปกติเกิดจากการเติมลมยางไม่เหมาะสม! หากเติมลมยางมากเกินไป จะทำให้ดอกยางสึกหรอตรงกลางของหน้ายางรถยนต์เป็นพิเศษ

ในทางกลับกันหากเติมลมยางรถยนต์อ่อนเกินไป ก็จะทำให้ดอกยางสึกหรอตรงขอบยางด้านนอกได้เหมือนกัน เพราะจะเป็นจุดที่รับน้ำหนักของตัวรถยนต์มากที่สุด ดังนั้นผู้ใช้รถยนต์ที่ดีควรตรวจเช็คลมยางอยู่เป็นประจำอย่างน้อย 1 ครั้งต่อเดือน หรือทุกครั้งที่เติมน้ำมันได้ยิ่งดี!

2. เบรก และออกตัวอย่างรุนแรง อยู่เป็นประจำ! 🚗💨

ข้อนี้อยู่ที่พฤติกรรมของผู้ขับรถยนต์เองด้วยว่า มีการใช้ความเร็วเวลาออกตัว และเบรกอยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือป่าว.!

ในขณะที่รถยนต์วิ่งอยู่บนถนนจะเกิดแรงเฉื่อยซึ่งมีค่าสูงกว่าความเร็ว หากเบรกกะทันหันอย่างรุนแรงจนล้อหยุดหมุน จะทำให้แรงเฉื่อยของตัวรถดันให้ล้อลื่นไถลไปกับพื้นถนนยางรถยนต์จะเกิดการสึกหรอในส่วนนี้เยอะมากเลยแหละ

ส่วนการออกตัวอย่างรุนแรงทำให้ล้อหมุนฟรี หน้ายางจะเสียดสีกับพื้นถนนอย่างหนักทำให้ยาง สึกหรออย่างรวดเร็วนั้นเองค่ะ

3. การตั้งศูนย์ถ่วงล้อไม่ถูกต้อง! 🚘

เราสามารถใช้วิธีง่ายๆ ในการสังเกตว่าการตั้งศูนย์ถ่วงล้อรถยนต์ของคุณมีความสมดุลอยู่หรือไม่ โดยการปล่อยมือจากพวงมาลัยสัก 5 วินาที ในขณะที่ขับรถอยู่ หากรถยนต์ ไม่เอียงไม่เบี้ยวไปทิศทางอื่น แสดงว่ารถยนต์ของคุณยังมีศูนย์ถ่วงล้อที่ดีอยู่ (อย่าทำในตอนรถบนท้องถนนเยอะ ๆ นะคะ ไม่คุ้ม ^^)

กรณีที่รถยนต์ของคุณมีการตั้งศูนย์ถ่วงล้อไม่ถูกต้องจะทำให้ ถนนกินหน้ายางข้างใดข้างหนึ่งของรถยนต์คุณมากกว่าปกติ ทำให้ยางรถยนต์สึกหรอไม่เท่ากันนั่นเอง! อีกทั้งยังจะทำให้รถยนต์ขาดความสมดุล และอาจจะส่งผลกระทบต่อส่วนอื่นๆ เช่น โช๊ค แบริ่ง จะมีอายุการใช้งานที่สั้นลงมากเลยค่ะ

4. พื้นผิวถนน 🚧

พื้นผิวถนนนั้นก็สำคัญต่อรถยนต์ บางพื้นที่มีถนนดีก็ดีไป แต่ถนนหลายๆ สายในประเทศไทยก็มีพื้นผิวที่ขรุขระเหมือนกัน ยิ่งเจอพื้นถนนแถวบ้านเราเข้าไปอย่างกับออฟโรด เป็นหลุมเป็นบ่อเต็มไปหมด

หากพื้นถนนไม่ดีหน้ายางจะเสียดสีกับผิวถนนทำให้เกิดการสึกหรอมากกว่าถนนที่ผิวเรียบ เพราะความต้านทานต่อการหมุนบนถนน เรียบมีน้อยกว่า ยางจึงเสียดสีกับผิวถนนเพื่อเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยแรงที่น้อยกว่า

นอกจากนี้ ลักษณะเส้นทางก็มีผลเช่นกัน การขับขี่บนทางตรงจะเกิดการสึกหรอช้ากว่าการขับขึ้นเขา หรือขับบนถนนที่คดเคี้ยว

5. ขับรถด้วยความเร็วสูงอยู่เป็นประจำ 😎

สำหรับคนที่ขับรถเร็ว จะทำให้ยางรถยนต์เกิดแรงเสียดทาน และมีอุณหภูมิความร้อนที่สูงขึ้นมากกว่าปกติ แรงความต้านทานของยางรถยนต์จะทำให้เกิดการสึกหรอเร็ว และอายุการใช้งานของ ยางรถยนต์ ก็สั้นลงตามไปด้วย!

สำหรับคนที่ขับรถเร็วอยู่เป็นประจำก็ต้องดูแลยางรถยนต์เป็นพิเศษนะคะ

#DTSTIPS

การสลับยางรถยนต์

ดอกยางจะสึกหรอในลักษณะเหมือนทางลาดเอียงจากทางด้านหน้าไปด้านหลัง จะทำให้ขอบของดอกยางด้านหน้าของรถยนต์สึกหรอเร็วกว่าด้านหลัง! ซึ่งรถยนต์สามารถสลับยางได้ โดยการสลับยางทุกๆ 10,000 ถึง 12,000 กม. หรือทุกๆ 6 เดือน

การสลับยางรถยนต์ทั้งชุดจะทำให้การสึกหรอเท่ากัน! จะช่วยยืดอายุการใช้งานของยาง และทำให้รถยนต์มีการบังคับที่สมดุลได้! อย่างไรก็ตามหากคุณจะสลับยาง แนะนำให้มืออาชีพดำเนินการจะดี และปลอดภัยมากกว่านะคะ

ทั้งหมดนี้ก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ยางรถยนต์ของคุณสึกหรอเร็วกว่าปกติ แต่สิ่งที่สำคัญสำหรับผู้ขับขี่ต้องรู้ไว้นั้นก็คือถ้ายางรถยนต์หมดอายุการใช้งาน หรือเสื่อมสภาพก็ควรที่จะรีบเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่ทันที เพื่อความปลอดภัยต่อตัวคุณ และเพื่อนร่วมทางนะคะ ^^

หากชอบบทความนี้ สามารถแชร์ด้านล่างได้นะคะ